คล้ายคล้ายอะไรบางอย่างที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความสุขกับความเศร้า
หนึ่ง,
อากาศร้อน, นึกถึงเบียร์
เบียร์แบบที่อุชิกาวะบอกกับโทรุ โอกาดะในบันทึกนกไขลาน
เบียร์เย็นเฉียบเมื่อหมดวัน คือสิ่งดีที่สุดที่ชีวิตมอบให้ได้
ในที่นี้คือเบียร์ขวดแรกที่เย็นจนเป็นวุ้น
เย็นจนรับรู้รสอะไรไม่ได้
ขวดที่สองอาจจะเย็นรองลงมาหน่อยก็ได้
แต่ที่สำคัญ, ขวดแรกต้องเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งเกล็ด
แค่นึกถึง.
สอง,
เราจะรู้ได้ยังไงว่าเวลา ณ ขณะนั้น
เป็นเวลาที่กำลังเร็วเกินไป หรือว่ากำลังช้าเกินไป
ใช้คำว่า ‘กำลังดี’ เป็นหน่วยวัดมาตลอด
เช่น เมาได้ที่กำลังดี,
ปริมาณความเศร้ากับความสุขมีเท่าเท่ากันกำลังดี
หรือ พระจันทร์คืนนั้นกลมกำลังดี.
สาม,
“..เพิ่งซื้อการ์ตูนเล่มนึง อยากให้เธออ่าน
ดูหนังเรื่องนั้นจบไป เธอได้ดูหรือยัง
ผ่านร้านนี้ทีไร ต้องนึกถึงเธอทุกครั้ง
ตั้งแต่วันนั้นที่เราต้องห่าง และไม่ได้อยู่ใกล้กัน..” *
สี่,
ช่วงหลายวันมานี้รู้สึกเหมือนนาฬิกาในตัวเราเดินไม่สม่ำเสมอ
อยากรีบ แต่ก็กลัวจะรีบจนพลาดอะไรไป
อยากช้ากว่านี้อีกนิด แต่ก็กลัวว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าจะถอดใจเสียก่อน
กว่าจะสรุปอะไรได้สักอย่าง ต้องลำบากยากเย็นก่อนทุกครั้ง
น้ำขึ้นให้รีบตักกำลังทะเลาะอยู่กับช้าช้าได้พร้าเล่มงาม
เราจะรู้ได้ยังไงว่าเวลา ณ ขณะนั้น
เป็นเวลาที่กำลังเร็วเกินไป หรือว่ากำลังช้าเกินไป.
* บางส่วนจากเพลงเชื่อ และยังคงเกี่ยวข้องกันกับบทที่สองและสี่
คงต้องคิดซะว่าวาสนาและโชคชะตากำลังทำงานให้หัวใจเราตัดสินค่ะ
ทุกอย่างล้วนต้องมีจังหวะของมันเสมอ แต่หากเราไม่สามารถรู้ถึงช่วงจังหวะที่ดีที่สุด ก็เลือกเอาจังหวะที่คิดว่าถูกที่สุดแล้วกันนะคะ
แบบนี้ล่ะสุขกำลังดีของฉัน แบบนี้สิเรียกว่าเศร้ากำลังดี
งงไหม? เม้นต์เองงงเอง
สรุปใช้ตัวเรานี่ล่ะวัด อาจไม่เที่ยงตรง แต่ก็น่าจะใช้การได้
คงเพราะวันนี้ไม่แน่ใจว่าอย่าสื่ออะไรกันแน่คะ